| Marut's profileThe Diary of FAtCAtPhotosBlogLists | Help |
|
20 July ระวังคุณอาจจะหลงรัก Shakatak เข้าซะแล้ว.....Shakatak The Collection 1996 กับชื่อวง Shakatak ที่นักฟังดนตรีรู้จักกันเป็นอย่างดี และเป็นระยะเวลานาน กับผลงานที่ผ่านมามากกว่า 40 อัลบั้มและเป็นผู้ที่ใช้มีการเล่นแนวทางที่ชัดเจนตลอดมา ตั้งแต่อัลบั้มแรกวางจำหน่ายในปี 1981 และเป็นที่ขนานนามในปี 1982 ด้วยการทัวคอนเสริตที่มากถึง 132 รอบในหนึ่งปี ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ฝั่งเอเชีย ญี่ปุ่น อังกฤษ ยุโรบ กับเพลงแนว Fusion Jazz ที่มีความเป็น Funk และความไพรเราะจากเนื้อร้องที่มีเนื้อหาน่าสนใจ เพลงที่ดังมาก และทำให้คนรู้จักวง Shakatak นั้นคงเริ่มต้นจากเดือนสิงหาปี 1980 กับเพลง "Easier Said Than Done" ที่วงได้เลือกส่งให้สถานีวิทยุ และได้ขึ้นชาร์จเพลงฮิตทันที ด้วยเพลงที่มีเครื่องดนตรีเพียงสามชิ้นที่เรียบง่าย เหมือนเพลงป๊อบ จึงไม่ยากที่จะทำให้ Shakatak ขึ้นสู่ U.K Chart ใน 17 สัปดาห์เท่านั้น และเค้ายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น หลังจากเพลงแรกได้รับความนิยม Shakatak ได้ส่งเพลงที่หลายคนคงรู้จักและหลงรักวงดนตรีวงนี้ทันที่ นั้นคือเพลง ”Night Birds” ที่ขึ้นติดชาร์จท๊อบเท็นอย่างรวดเร็วด้วยเพลงจังหวะเร็วเร้าใจมากขึ้นกว่า ต่างจากเพลงแรกที่มีความเร็วอยู่ในระดับกลางๆ และไม่นานหลังจากซิงเกิลก็ดังเป็นพลุแตก ก็ทำให้ Shakatak ได้รับรางวัล Gold Album อันดับที่สี่จากการขึ้นชาร์จเพียง 28 สัปดาห์เท่านั้น และยังเป็นอัลบั้มที่ขายดีในประเทศญี่ปุ่นในขณะนั้นอีกด้วย สำหรับอัลบั้มนี้นั้นเป็นการรวบรวมผลงานต่างๆที่ผ่านมา ตั้งแต่เพลงที่หลายคนหลงรักอย่าง “Down On The Street” ที่มีจังหวะที่เร้าใจ สนุกสนาน และมีซาวในยุคนั้นอย่างเด่นชัดด้วยการใช้เครื่องดนตรีอิเลคโทนิค อนาล็อก ทำให้ได้เนื้อเสียงที่ฟังดูมีเสน่า น่าค้นหายิ่งนัก พร้อมด้วยเพลงฮิตทุกเพลง ถูกรวบรวม อย่าครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น “Night Birds” “Invitations” “Out Of This World” และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งที่ชอบในอัลบั้มนี้ส่วนตัวชอบสิ่งที่ Shakatak เป็นและหลงรักวงนี้จาก “นกยามค่ำคืน ที่พาบินลอยตามลม ไปที่เมืองแห่งแสงสี เมืองที่ความรักเริ่มต้น และจากไป……” นั้นก็คือ “Night Birds” และ "Down On The Street" ที่เต็มไปด้วยสีสรรทางดนตรีที่เข้าใจได้งาย การรวมเพลงในอัลบั้มนี้ มีเพลงดังๆของ Shakatak ครบทุกเพลง ตั้งแต่ 1980 จนถึง 1996 เพลงอัลบั้มนี้นั้นวางขายในปี 1996 ด้วยหน้าปกที่บกบอกถึงช่วยยุคเวลาที่ผ่านมา ได้อย่างชัดเจนด้วยการถ่ายภาพมุมสูง และตึกเต็มไปด้วยแสงไฟ (เหมือนในหนังชอบถ่ายภาพมุมสูงยุคนั้นเลย) Shakatak - Emotionally Blue 2007
และล่าสุดในปี 2007 วง Shakatak ห่างหายไปไหน แต่อย่างได กลับมาด้วยอัลบั้ม Emotionally Blue ที่คงความเป็น Shakatak อย่างเต็มที่เปิดตัวด้วยเพลง "All Because Of You" ที่คงความเป็น Shakatak อย่างหนักเน้นความเป็น Jazz & Funk ที่ฟังง่าย และติดหูในทันที และอัลบั้มนี้นั้นได้มีเพลงในสไตล์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างมากมาย เห็นได้ถึงการไม่ยึดติดกับแนวดนตรี สามารถปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย เนื้อร้องที่ฟังง่ายกว่าเดิม ดนตรีที่มีความลื่นไหลมากขึ้น และสุดท้ายแล้ว ผู้ฟังคงเป็นคนตัดสินเองว่าดีหรือไม่ยังไงเพราะอะไรแต่โดยรวมผมชอบวงนี้เพราะผมชอบฟังเพลงแนว Fusion Jazz อยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ไม่ว่า อัลบั้มใหม่หรือเก่าก็ยังทำให้ผมหลงรักวงนี้ได้อย่างงายดาย และยอมสละเงินในกระเป๋าอันน้อยนิด เพื่อซื้อมาเก็บสระสม ปล.ถ้าจะนำไปใช้ ต้องขออนุญาติก่อนนะครับ เพราะผมเขียนขึ้นมาเอง หรือให้เคดิตกันซักหน่อย อาจจะเขียนไม่ดีแต่เขียนด้วยตัวเอง...อยากด่าอะไรด่ามาเลย! 19 July Music For A Beautiful Morning + john Denver - Definitive Allวันนี้เป็นไรเนีย คิดอะไรไม่ออกเลย หลังจากนั้งมึนๆมาตลอดครึ่งวัน ตอนเทียงคิดว่ากินข้าวแล้วจะดีขึ้น มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย กลายเป็นง่วงแทน ไม่ว่าจะลองฟังเพลงที่ชื่นชอบซักเท่าไรแต่ก็ไม่ได้ผลดีกลับมาเลย สงใสวันนี้ใจคงลอยไปไหนต่อไหน และก็ได้เจอกับตัวเองว่าเพลงเป็นส่วนที่ช่วยให้สมองทำงานและจริงที่ว่าฟังเพลง
โมสาทเอฟเฟค จริงๆแล้วไม่เคยพูดถึงมาก่อน แต่เคยอ่านศึกษามาเล็กน้อย เค้าพูดการพัฒนาสมองด้าน EQ แล้ว IQ จะตามมาเอง คงจริง เพราะหลังจากที่ผมคิดอะไรไม่ค่อยออกเหมือนสองมีเรื่องเติมไปหมด แต่จริงๆไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่สบายใจอะไร เพียงแค่ชอบคิดต่อ ช่วงนี้ดูหนังเยอะ เอาเรื่องราวของหนังมาคิดต่อ.....เท่านั้นเองวันนี้เลยหนักๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก
หลังจากที่เปิดเพลงไปหลายอลบัม แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรทั้งอลบัมโปรดในตอนนี้ ที่ฟังเท่าไรก็ไม่เบื่อแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
เปิด iPod เจอเพลงที่ไม่ได้ฟังมาประมาณเดือนนิดๆ แล้วเลยลองเปิดฟังกับอลบัม
Music For A Beautiful Morning (EMI THAILAND)
เป็นอลบัมที่รวบรวมเพลง Classical ที่หลายคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดี แต่บางครั้งอาจจะไม่รู้จักคนแต่งเพลง หรือชื่อเพลง พอผมฟังได้ไม่นาน ความสึกที่เขียนงานไม่ได้ กลับหายไปและเริ่มเขียน Preview ได้อย่างลื่นไหล และรู้สึกผ่อนคลายเพราะเพลงมีหนักเบา รู้สึกว่าสมองมีการทำงานตลอดเวลาเหมือน HDD เรียงขอมูลใหม่อีกครั้ง เพิ่มรอยหยักให้สมอง (อันนี้จริงๆนะครับ การฟังคลาสสิก มีตัวโน๊ตที่สูงและต่ำ ไม่เท่า เล่นสวนทางกันเค้าเรียกว่าเค้าเตอร์พอย(ภาษาทางดนตรี)
ทำให้สมองมีการทำงานตลอดเวลา เหมือนกับเมื่อได้ยินเสียงแล้ว สมองจะคำนวนก่อนว่าได้รับเสียงอะไรเข้าไปบ้าง การฟังคลาสสิก จึงทำให้สมองพัฒนา เป็นความจริง ต่างจากเพลงในปัจจุบัน ซึ่งขาดในส่วนของน้ำหนัก มีแต่เป็นแท้งๆมาเลย แอ๊ดๆๆๆๆ (เสียงเท่ากันหมดเหมือน MIDI) เสียงเท่าๆกันเป็นเครื่องจักร ขาดความสวยงามและศิลปะในบนเพลงอย่างมากมายจริงๆ แต่ไม่ได้ว่ามันไม่ดีนะครับ แค่เพียงยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผมเป็นคนนึงที่เกิดมาพร้อมเพลง ROCK เพลง POP และไม่ได้เกิดมาจากยุคเพลง Jazz หรือ Classical แต่หัวใจมันรักทางนั้น สิ่งนี้ก็แล้วแต่คนจะชอบแล้วกัน ไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้ ถูกผิดยังไง มันขึ้นอยู่กับตัวของ " กูเอง "
John Denver - Definitive All-Time Greatest Hits 1+[Bonus CD]
แต่ในช่วงนี้ อาจจะดูเหมือนกับว่าเพลง Jazz นั้นต้องยอมรับกันตรงๆว่าฟังน้อยลงพอประมาณเลย จากที่ฟังแทบทุกลมหายใจ ตอนนี้กลับมาหลงรักกับเพลง Folk-Country ที่มีกลิ่นไอของต่างจังหวัด (เมืองนอก) จากผู้ชายใส่แว้นคนนี้ John Denver ที่หลายๆคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่อาจจะมีเด็กรุ่นใหม่ที่รู้จักชื่อแล้วเคยสงใสว่า เค้าเป็นใคร มาจากไหนและมีเพลงอะไรบ้างที่ดังๆ ขอตอบอย่างเติมปากเต็มคำว่า ผู้ชายคนนี้เป็นคนเขียนเพลงที่อยู่ใน 100 hisory love song หรือเกียวกับความรักที่ดีที่สุดตลอดการ 100 เพลงเพลงดังๆของเค้านั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น Leaving, on a Jet Plane เพลงที่ทำให้หนุ่มๆที่มีแฟนเป็นแอร์ออสเตส ต้องหัวใจละลาย ไม่อยากกจะจากคนที่ตัวเองรักไปไหน และเป็นเพลงที่ได้รับการคอฟเวอรใหม่ในเวอร์ชั่นของ Chantal Kreviazuk ในหนังเรื่อง Amagedon อีกด้วย คงไม่มีใครไม่รู้ และเพลงดังที่มีการคัฟเวอร์ใหม่นับครั้งไม่ถ้วนอย่าง Take Me Home, Country Roads ที่ใครหลายคนร้องตามกันได้อย่างไม่น่าแปลกใจ
ด้วยความเรียบง่ายของเพลงแบบ Country ที่ผสมความหวานลมุนได้อย่างลงตัว พร้อมเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ ของ John Denver เอง ทำให้เพลงนั้น ถึงแม้เศร้าสุดขีด แต่ก็ทำให้ยิ้มได้ด้วยการจับอย่างมีความสุข และเพลงรักที่เป็นเพลงเรียกได้ว่า POP เลยเหละแต่ยังมีเนื้อร้องที่เป็น Country ได้อย่างลงตัว
เพลงที่ตอนนี้นั้นฟังเป็นประจำและชอบมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเพลง Back Home Again ที่ฟังแล้วอยากกลับบ้านจริง ฟังแล้วคิดถึง แมว คิดถึงที่นอน คิดถึงแทบจะทุกๆอย่าง ที่อยู่ที่บ้านที่คุ้นเคยที่ต่างจังหวัด
เพลงนี้เกือบทำให้ผมน้ำตาตกกับท่อนนี้
Hey its good to be back home again
Sometimes this old farm feels like a long-lost friend Yes n hey, its good to be back home again Theres all the news to tell him, howd you spend your time
Whats the latest thing the neighbors say And your mother called last friday, sunshine made her cry You felt the baby move just yesterday ถึงแม้บ้านผมจะไม่มีฟามก็ตาม แต่คำว่าฟามของผมคือ คนรักผม รออยู่อย่างมากมาย แค่คิดแค่นี้ผมก็รู้สึกดีจนอยากจะกลับบ้านไปเจอ ที่นอน เพือนฝูง แมว กลิ่นบ้านที่คุ้นเคย....
และอีกเพลงนึงนั้นก็คือ Shanghai Breezes อาจจะเป็นเพลงที่ไม่ค่อยได้โดนพูดถึงของ John Denver แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกชอบเพลงนี้มากเพราะด้วยความเรียบง่าย ดนตรีฟังง่ายและจนแทบจะเป็นเพลง POP เลยละ แต่ด้วยความหวานของเนื้อร้องและการใช้เครื่องดนตรีเฟอร์กัสชั่น ที่ไม่ธรรมดา ทำให้เพลง POP ธรรมดากลายเป็นเพลงที่น่าฟังขึ้นมาทันที
ใจจริง ผมชอบแทบทุกเพลงที่บันจุมาในอลบัมนี้ เพราะเป็นเพลงที่ให้กำลังใจ และให้คนคิดได้ยิ้มตลอดเวลา มีเรื่องเล่านิดนึง ก่อนจะจบหน้า Blog นี้ ว่า John Denver นั้นเป็นคนเขียนเพลงให้กำลังใจคน และมีเหตุการนึงซึ่งทำให้ชีวิตเค้าเปลี่ยนไป หลังจากที่ผู้หญิงคนหนึงได้ฟังเพลงของเค้าผ่านวิทยุ ตอนที่กำลังคิดว่าจะฆ่าตัวตาย หลังจากที่เค้าฟังเพลงนั้นแล้ว ชีวิตผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง เพราะเค้าล้มเลิกความคิดในการฆ่าตัวตาย และเมื่อ john Denver ได้มาที่สถานีวิทยุนี้ เค้าได้เจอกับผู้หญิงคนนี้ หลังจากนั้นแล้ว.....ถ้าอยากรู้ไปหาหนังมาดูเด๋วรู้แล้วจะมาบอกว่าชื่อเรื่องว่าอะไร ผมก็อยากดูเหมือนกัน กำลังติดตามหาชื่อหนังเรื่องนี้อยู่
และสุดท้าย กับอลบัมที่แนะนำให้ฟัง ทั้งสองอลบัมนั้น ไม่ได้มีค่าโฆษณาแต่อย่างได้ ผมเขียนเพราะผมชอบสิ่งนี้จริงๆ ไม่ได้คิดเป็นอื่น
ปล. รอบหน้า 100 LOVE SONG 1950 - 2000
13 July blog กับ diary ต่างกันยังไงวันนี้มีคนมาพูดแบบแปลกๆกับผมสองครั้งแระ.......กูก็งงๆว่า ที่พูดนะอยากสื่ออะไรให้รู้หรอ....... มะวาน พี่คนนึงบอก "อยากอ่านของผมมั้ยละ ผมมีเป็นพันหน้าเลย"
ผมก็ฟังแล้วเออพี่ครับ มันไม่ใช้แบบที่คิดนะ blog เป้นการแสดงความคิดเห็น มุมมอง บอกเล่าเรื่องราวที่มีความรู้ ดูจาก blog ผมเพราะผมเขียนเรื่องเทคโนโลยี ข่าวคราวความเป็นไปที่ผมสนใจ ความรู้ที่ได้เรียนรู้มา ผมไม่ได้พูดนะ ไปพูดเรื่องอื่นกันก่อน
มันต่างกับไดอารีตรงที่ไดอารีเขียนเรื่องชีวิต ประสบการ สิ่งที่พบเจอ แต่ blog ก็เป็นไดอารีได้เหมือนกัน ไม่เห็นแปลก แต่มีความหลากหลายในการแบ่งบันกันมากกว่า ก่อนที่พี่จะตัดสินว่า สิ่งที่พี่เห็นนั้น....เป็นอย่างไร ควรจะศึกษาให้ดีถี่ถ้วนก่อนจะพูดบางสิ่งออกมาเพราะมะวานผมเข้าใจผิดว่าพี่อยากโชว์ว่าตัวเองโปร และพี่อีกคนวันนนี้ที่มาพูดอีกรอบ ก็ทำให้ผมคิดว่าพี่หัวควยมาก อยากโชว์โปร แต่ผมคงเข้าใจผิดใช้มั้ย หวังให้เป็นแบบนั้นนะครับ ผมไม่อยากกวนตีน และผิดใจกับใคร
ใน blog นี้ อาจจะดูไม่มีสาระ แต่ถ้าอ่านให้จบ มันมีแน่นอนในทุกๆครั้งที่เขียนเรื่องเกียวกับเทคโนโลยี......ไม่มากก็น้อย ม็อบนักเรียน สุรนารีวิทยา2แบบว่าจริงๆจะพูดไปแทบจะนึกไม่ออกว่าเคยเรียนอยู่ที่นี้ด้วย เพราะช่วงเวลานั้นผ่านมานานมากเหลื่อเกิน สิ่งต่างๆได้ผ่านไปด้วยอายุที่มากขึ้น และอะไรหลายๆอย่าง พอได้ยินข่าวจากน้องคนนึง แล้วเค้าก็ได้เอาข่าวมาให้อ่านพออ่านจบแล้วได้ย้อนกลับคิดเรื่องราวต่างๆมากมายแต่ไม่รู้ว่าสิ่งต่างๆที่ดำเนินไปนั้นเป็นอย่างไร เพราะผมไม่สนใจ
อ่านข่าวจบรู้อย่างนึงว่า มีคนไม่ยอมพูดความจริง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแกนนำ หรือ เป็น ผอ ที่ชอโกง พออ่านจบ ทุกคนมองในมุมมองของตัวเอง คนที่ไม่อยากเรียน โรงเรียนนี้มีเยอะเพราะ ก็พลอยได้ข่าวดีเพราะวันนี้ไม่ต้องเรียน หยุดสบายไปอีกหนึ่งวัน
ขอพูดส่วนในใจหน่อยเถอะเรื่องครูเนีย ผมก็เคยเรียนที่นี้ตอนเด็ก แม้งเป็นโรงเรียนที่........แต่นักเรียนรักกันดีมากในรุ่นที่ผมเรียน ทำกิจกรรมสนุกสนานด้วยกัน แต่รุ่นใหม่ๆไม่รู้นะ ครูนะในรุ่นผมถือเป็นส่วนสำคัญน้อยที่สุดเพราะสอนแม้งไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว ชอบหาเรื่องโดยเฉพาะหาเรื่องผม....เพราะผมกวนตีนหรอ....ผมขาหัก เรียกผมไปหาจะเอาไม้บิงบองตบซะงั้น เออเข้าใจอยู่ว่ากูมันกวนตีน แต่ครูดีๆก็มีเป็นครูคนนึงที่สนิดกับผมโครตๆ ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาศจะแวะไปเยียมแต่ไม่ไปนานชิบหายแระ
เด็กมองในมุมมองของเด็ก ว่าครูเอาแต่ร้องคาราโอเกะ ไม่เอาเงินมาสร้างมาซื้ออย่างอื่นละ เนียเหละ เห็นมะ ครูก็มองว่าอยากร้องเพลงชิล ไม่ต้องสอน ไอ้ห่า ครูแม้งเหี้ย จริงๆอาจารบอกคนที่เรียนโรงเรียนในรุ่นใหม่ๆนะเป็นเด็กยากจน 70% ผมเคยไปโรงเรียนนี้เมื่อนานมากแระ สองสามปีที่แล้ว เห็นนักเรียนแล้วถึงกับตกใจเพราะแม้งเด็กดูใส่เสื้อผ้าสกปก เวลามาส่งงานกับอาจาร ต่อปากต่อคำ พูดไม่ฟัง แล้วอาจารผมยังเล่าให้ฟังอีกว่า เด็กที่อ่านออกเขียนได้ (ม ต้น) นะมีแค่ไม่เท่าไรเองอะ เฮ้ย ค่าเทอมก็ไม่จ่าย อันนี้ไม่ใช้เรื่องสำคัญหรอก แต่เด็กมันไม่อยากเรียน มาเรียนสองวัน ขาดไปสิบวัน แล้วแม้ง.......จะเอาไงเงินที่ไหนมาพัฒนาโรงเรียนละน้องเอ้ย
ไม่ได้บอกว่าครูถูก แต่มองมุมครู ถ้าแม้งเป็นแบบมองมุมครูมองเด็กมะกี้อ่าน แม้งก็บอกว่าเป็นความขัดแย้งในหมูครูแล้วไปปลุกปั่นเด็กให้มาขับไล่ ผอ. ก็เป้นไปได้ แต่เรื่องจริงคืออะไรนั้นขึ้นอยู่กับตัวคนโกหก อยากทำให้ตัวเองเป็นฮีโรก็ได้ แต่สิ่งที่มึงทำนะ อยากบอกเลยนะ ไม่คิดให้ดู....ระวังจะจบเอาซะง่ายๆ บางครั้งงบที่นำไปซือคาราโอเกะแม้งอาจจะเป็นเงินที่ครูรวมเงินกัน หรือว่าหามาโดยไม่ได้ช่อโกงก็ได้ (พูดแล้วแม้งคิดถึงครูอัญชลี เป็นครูที่แม้งสุดยอด.....คนนึง สอนวิยาศาสตร์ แล้วอยากให้เด็กทดสองเกียวกับนมแม่ แม้งไปบีบนมตัวเองในห้องน้ำให้นักเรียนเลย ลงทุนสุดๆและครูในช่วงที่กูเรียนอีกหลายๆคนที่กูไม่อยากพูดถึง เพราะคนเหล่านั้นเป็นครูจริงๆ)
เรื่องคำหยาบระหว่างครูกับลูกสิตนะ ผมว่าเรื่องปกติ เพราะรุ่นผมก็ด่า ไอ้เหี้ย ไอ้สัตร์ ไอ้เวร ควย มึง กู กระจาย ทำไมพวกผมรับกันได้ ไม้เรียวนะ ตีกันเข้าไป เพือนผมเคยตีเรื่องทำผมแข็งๆ ครูคนนึงแม้งเดินมาเงียบๆแล้วตบหัว เสียงโครตดัง ทุกคนเงียบหมดในขนาดที่กำลังเล่นสนุกกันอยู่ (ตกใจนะ) หลังจากนั้นเพื่อนผมคนนี้ไม่เคยที่จะทำผมตั้งๆอีกเลย
ถึงแม้งจะเป็นยุคใหม่แล้วก็ตาม บางสิ่งที่คนโบราณกระทำนั้นเป็นสิ่งดีหลายๆอย่าง อย่าบอกว่ามันไม่ดีทั้งที่มึงโตมาแบบเด็กรุ่นใหม่......เด็กรุ่นใหม่กับเด็กรุ่นเก่าต่างกันยังไง.....กูบอกไม่ได้หรอก แต่กูคิดว่าแม้งเป็นแนวทางและมุมมองความรับผิดชอบ และการหยั่งรู้ในโลกปัจจุบัน และอดีตมากกว่า
เวลาทำสิ่งไหน อย่ามองด้านเดียวเพราะมันจะเป็นผลเสีย ไม่ว่าจะต่อใคร ตัวเอง หรือ ผู้อื่นๆ ทำอะไรคิดหนักๆ 12 July ห้ามครอบครองวิตถุลามกวันนี้ได้อ่านข้อกดหมายนึง มันแปลกๆ อ่านแล้วมันทำให้รู้สึกถึงการจำกัดสิธิของผมมากเกินไป ทำแม้งเหมือนอยู่โรงเรียนประถม
กดหมาย "ห้ามครอบครองวิตถุลามก"
ต่อไปมีหนัง x ในเครื่องในบ้านก็โดนจับใช้มั้ย.....อ่าวไอ้ห่า...คนออกกดหมายไม่ออกกดหมายว่า "ห้ามชักว่าว" เลยวะ กูจะได้ไปทำหมันไม่ต้องมีลูกสืบสกุลซะ ทำยังกับว่าพวกหนังโป้ ภาพยัวยุ แม้งเป็นสิ่งน่ารังเกลียด กูเห็นหนังสือหลายเล่มแม้งภาพแม้งก็ยัวยุเหมือนกัน มึงจะจัดการยังไงไอ้กร๊วก จัดเรทสื่อ ขึ้นบ้ายบอกก่อนขึ้นรายการ กูเห็นว่าไม่เห็นจะเข้าท่าเลย เด็กมันจะดู มันก็ดูอยู่ดี เมืองนอกมาเห็นแม้งคงตลกชิบหาย เพราะปัญญาอ่อนมาก
ถ้ากดหมายห่านี้ออกมานะ ต่อไปคงต้องไปดูหนัง Zone1 ซะละมั้ง เพราะแม้ง Zone3 เมืองไทย คงแม้ง "เซนเซอร์" กันชิบหาย ห้ามนู้นห้ามนี้ คิดได้แค่เนี้ยย เพราะทั้งที่รู้ว่าคนดูแม้งรู้อยู่แล้ว ทำไมต้องเซนเซอร์ไม่ห้ามฉายละ แทนการเซนเซอร์ได้มั้ย ห้ามฉายเด็กต่ำกว่าอายุเท่าไร ก็ว่าไป เพราะเด็กโตมันก็ยังได้ดู แต่การเซนเซอร์เป็นการห้ามดูตลอดชีวิตเพราะเปิดมาไม่ว่าจะกีที ก็จะมีตัวเซนเซอร์อยู่ดี......
แต่พอคิดไปจริงๆ ผู้ประกอบการ พวกโรงหนัง ก็อยากได้เงิน ขายตั๋วให้เด็กเหมือนเดิม คน..... แต่โรงหนังที่กูไม่อยากไปดูนะเพราะคุณภาพแม้งห่วยชิบหาย เหมือนวัดดวง วันไหนดวงดี ได้ดูโรงที่ เสียงออกครบ คนดูนิสัยดี ก็ดีไป วันไหนดวงซวยๆแม้งก็จะเจอกับโรงหนังซ้นตีน ลำโพงดังบ้างไม่ดังบ้าง ลำโพงแตก....คนดูจังไล แด๊กแมงดาในโรงหนัง เคยเจอกันรึเปล่า กูเจอมาแล้ว...... แล้วไอ้โฆษณาอะนะ ฉายจังก่อนฉายหนังเนียมี โฆษณาโครตเยอะประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนหนังตัวอย่างแม้ง....มีนิดนึงอะไรวะ
แล้วซาวเชค....สุดยอด ล่าสุดกูเห็นพวกศิลปินมาเล่นดนตรีแบบทำเหมือนอยู่ในจิตนาการ ปัญญาอ่อนโครต....มันมิกเสียงอย่างทุเรสที่สุดเท่าที่กูเคยฟัง ซาวเชคแบบ DTS มา แม้งเหมือนแพน ซ้าย ขวา หน้า หลัง อ่าวไอ้ห่า มิติ ตื้น ลึก หนา บางหายหมด เสียงแม้งออกเป็นด้านๆเลย เห็นหลายคนเล่าว่ามีหลายอัน มี รถยนตร์ด้วย วิ่งไปวิ่งมา แล้วก็มีแม้งเยอะแยะไปหมด...กูไปดูโรงหนังไม่ใช้เพราะอยากดูภาพใหญ่ๆ กูอยากได้เสียงดีๆ ถ้าเป็นแบบนี้รอดูอยู่บ้านดีกว่า ลำโพงกูถึงไม่ดีมากมายแต่เสียงแม้งก็ยังออกครบนะวะ.....
สุดท้าย ขอให้แม้งอย่าผ่าน เพราะถ้าผ่าน ใครหมั่นใส้ใครไม่ต้องยัดยาหรอก แค่ไปค้นห้องเจอ CD น้องแนท แม้งก็โดนจับแล้ว......คิดได้แค่ปลายเหตุ กลัวคนดูแล้วหื่น จับเด็กข่มขื่น ถ้าแม้งเป็นแบบนั้นนะ ที่ต่างประเทศแม้งคง.......กูเห็นก็ขายกัน แต่จำกัดอายุเท่านั้นเอง..... 04 July หมามันก็ยังเป็นหมามะคืนนีพี่มาจากต่างจังหวัด เลยแวะไปกินเหล้าด้วยนิดหน่อย จริงๆก็ไม่นิดหน่อยหรอก ตีสามนู้น แล้วก็ไปคุยกันเรื่องว่าจะทำบุณให้พี่ที่เสียไปซะหน่อย ไปนั้งกินร้านพี่อีกคนนึง กับข้าวอร่อยดีนะแด๊กกระจาย 555555 เมานิดหน่อย เพราะกับข้าวมาเรื่อยๆ ชื่อร้าน The Jim รามซอยไรไม่รู้ (แถวๆซอยที่มีเกย์เยอะๆอะ) แต่มันเป็นคอทแบท ด้วยนะ แถวนั้นมันก็มีหมาเยอะนะ ผมก็ว่าเรื่อยๆดี นั้งกินไปคุยไป เฮ้ยย หมดขวดซะแระ ก็เลยกลับบ้าน เพราะกลัวเช้าวันนี้ตื่นสายนะ แล้ววันนี้ตื่นสายจริง วันนี้ตื่น 7 โมงครึ่ง แล้วก็นั้งเล่นนอนบิดขี้เกลียด กว่าจะอาบน้ำ....8โมงครึ่งออกจากบ้าน
ออกมาแล้วรู้สึกแปลกๆ เฮ้ย มะคืนตอนรีบๆกลับมาบ้าน แล้วถอดรองเท้าไว้ข้างนอกเลย เพราะพรุ่งนี้ก็ใส่ออกไปอีก พอออกมาข้างนอก วันนี้ค่อนข้างสายคนเลยน้อย ก็ดีไม่ต้องเบียดเสียดกับใครบนรถไฟฟ้ามา พอขึ้นไปได้กลิ่นแปลกๆ แต่บอกไม่ได้ว่ากลิ่นอะไร สงใสเหมือนกันว่ามันคือกลิ่นอะไรหว่า?
เข้าทำงาน เช้านี้ถ่ายรูปก่อนเลย เวลาเดินไปคุยกับใคร รู้สึกว่ารองเท้ากูมันเหม็นๆวะ กลิ่นห่าไรวะ หรือว่าควรซักรองเท้าได้แล้ว ซักพัก ระหว่างถ่ายรูปอยู่ 5555555555 ด้วยความสงใส เลยยกใต้รองเท้าขึ้นมาดู ฮ่าชิบหาย ขี้หมาแม้งเติมรองเท้าเลยวะ..............ไอ้ห่าเห็นแล้วจะอวก กูว่ากลิ่นห่านี้เอง ทำฟอมเงียบไม่บอกใครเดินไปห้องน้ำซะ
เดินไปแม้งล้างรองเท้า ตอนแรก คิดไม่ออกแต่รู้ว่าเหม็นเหี้ยๆ เอากะดาษมาเช็ดออกก่อน ซึ่งหลังจากเช็ดแล้ว 55555555 แม้งแข็งเป็นหิน เหม็นด้วย เลยไปเอาแปลงมาขัดหน่อย แปลงขัดอะไรซักอย่าง เหมือนแปลงขัดผ้า ของแม่บ้านที่ตึกนี้อ่ะ ผมเห็นไม่มีใครอยู่เลยหยิบมาใช้ซะ เพราะไม่รู้จะไปขอใคร แบบว่าขัดไปน้ำๆมันฝสมกับขี้หมานะ แล้วกลิ่นแม้ง 5555555 จะอวก คิดแล้วอวกมาตันๆคอเลย น้ำหยดลงพื้นเป็นสีเหลืองๆของขี้หมา กลิ่นโชยเลย ตอนแรกล้างในอ่างล้างหน้า แบบว่าตอนเช้าเห็นมันไม่มีใคร ล้างๆๆ ชักไม่ไหวแระ จะอวกเลยไปล้างในอ่างซักผ้าของแม่บ้าน
แล้วขัดเท่าไรมันก็ไม่ออก เลยมองๆดูในห้องเก็บของแม่บ้านว่ามีอะไรบ้าง มันไม่อะไรเลยมีแต่ผ้ากับแปลงขนเหล็กๆ ก็เลยเอามาขัดซะ 555555 ขัดจนใกล้หมด สุดท้ายสุดท้าย แปลงสีฟัน แต่คิดว่าแม่บ้านคงไม่ใช้อันนั้นหรอก เพราะประมาณว่าเอาไปแปลงอะไรซักอย่างเก่าๆอะ ถ้าใช้อันแปลงฟันก็โทษที ผมไม่ได้ตั้งใจ แม้งขัดจนหมดสุดท้าย เดินออกมาจากห้องน้ำ 5555555555 รองเท้าเบียกข้างเดียว...............แปลกๆ แต่ดีนะไม่ค่อนมีคนสังเกตุ
และสุดท้ายนี้ แม้งเฮ้ยย คิดถึงหมา เวลาเห็นพวกนี้ชอบให้อะไรมันกิน แล้วพอกินเสร็จแม้งก็มาขี้ให้กูเหยียบ ไอ้ห่าเอ้ยยย หมาแม้งก็คือหมาจริงๆ ทำดีด้วยแม้งยังขี้ใส่กูอีก 55555555555555 03 July เพียงแค่เวลาที่ผ่านไปสิ่งที่ทำให้น่าตกใจมากที่สุดของเมือวานคือ มีพี่ชายโทรมาบอกว่า พี่ชายอีกคนนึงเสียแล้ว ในใจยังคิดว่าเฮ้ยยย ก็พึ่งพูดถึงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน อยู่ดีๆไปซะแล้ว อายุสั้นจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยย แต่ไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย ถึงแม้เคยใช้ระยะเวลานึงด้วยกันมา ตกเย็นเจอกันแทบทุกวัน กินเหล้าด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน คุยกันหลายๆเรื่อง ต่อมาวันนี้ ไม่มีคนๆนี้อีกแล้ว มันก็น่าใจหายเหมือนกัน แต่ทุกอย่างโดยสร้างก็ต้องโดนทำลายมา อาจจะโดนคนอื่นทำลาย หรือทำลายตัวเอง......ของแบบนี้แล้วแต่กำของแต่ละคนจริงๆ ช่วยกันไม่ได้ 02 July หลายๆอย่างดนตรีที่ดี ในแง่มุม ของแต่ละคน
เมื่อคืนนี้ เออ.....เกิดอะไรขึ้นวะ.....คิดงงในใจเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นอะไรที่ไม่อยากพูดเลยเพราะมีการใช้อารมณ์ในการพูดคุยจนทำให้รู้สึกแย่ในการรับฟัง เพราะทุกคนต่างมี EGO ในตัวเองอยู่แล้ว และมันเป็นสิ่งดีนะที่มีแต่อย่าแสดงมันออกมาในรูปแบบการเอาชนะ หรือการพาดฟัน บางครั้งฟังแล้วรู้สึกแย่เหมือนกันนะ
และสิ่งที่มันผ่านไปมะคืนผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่างคนคิดยังไง รู้แต่ว่าการฟังเพลง มีความสุขในสิ่งที่ฟังก็พอแระ อย่างไปคิดว่ามันเก่า มันแก่ มันร่วมสมัย หรือเปล่า ผมคิดว่าไม่จำเป้นเพราะผมก็ฟัง Jazz 50,60 ผ่านมาเท่าอายุคนแก่ผมก็ยังฟังอย่างมีความสุขไม่ได้หมายความว่าหัวโบราณ เพราะผมก็ฟัง Funsion jazz ที่มีความแปลกใหม่ และก็ไม่เคยบอกว่า POP ไม่ดีเพราะผมก็ฟัง POP
แต่คำถามคือ ทำไมผมถึงด่าเพลงไทยละ.......ผมอยากตอบตรงๆว่าสิ่งที่ผมพูดไปมันอยู่ในการวิจารด้วยเหตุผล ผมตอบทุกอย่างว่ามันดี ไม่ดียังไง ไม่ได้มาถึงเปิดฟัง 10 วินาที แล้วปิด แล้วก็บอกทันทีว่าห่วย ส่วนตัวแล้วมันไม่ใช้ ผมฟัง วิเคราะ แล้วค่อยตอบให้เห็นว่ามันดีไม่ดียังไง แต่ส่วนใหญ่ ผมจะไม่หาข้อดีของเพลงที่เป็นขยะ.......(พวกเพลงตลาด) แต่อาจจะมีสิ่งที่ดีเพราะคนทำการตลาดเก่งมากกกกก หลอกคนให้ซือมาไว้ในครอบครองได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องรสนิยม อย่างมาบอกว่า ดนตรีแนวไหนไม่ดียังไงเลย เพราะแต่ละคนเกิดไม่พร้อมกัน ไม่ได้อยู่บ้านใกล้กัน พ่อแม่ก็คนละคน จะให้ความคิดเห็นเรื่องดนตรี หรือเรื่องอะไรก็ตามตรงกันไปซะหมด เป็นไปได้อะเปล่า......มันไม่น่าเป็นไปได้นะ หรือว่าเป็นไปได้......ใคความคิดคนอ่าน
สุดท้ายถามว่า แล้วดนตรีที่ดีในแง่มุมผมละ คืออะไร จะตอบกว้างๆแล้วกันว่า ดนตรีที่ฟังแล้วร้องหรือฮำตามอย่างมีความสุข มันคือสิ่งที่ทำให้ใจเบิกบาน ไม่ใช้ฟังเพื่อศึกษาอย่างเดียว
เฮ้ยย.....เสียงสแครชแผ่น มาจากไหน.............
เสียงแคว๊กๆๆ แปลกๆ มะกี้นั้งฟังวิยุ ผ่านเครื่องเล่น MP ยี้ห้อนึงมันเอามาให้ Preview นะ............ผมเลยเอามาเล่นซะแล้ว วิยุมัน เฮ้ย.....อะไรวะ หรือว่าตัวผมไม่เคยใช้ เปิด 98.5 ฟังส่วนใหญ่คลื่นนี้จะเปิด Jazz ผมเปิดฟังก็ชิวดีนะแต่เสียงแปลกๆคือ มันมีเสียงแบบสเครชแผ่น แคว๊กๆๆ ตลอด ขนาด standad มันจะสแครชเลย โห้ยย ซาวใหม่ชิบหาย 5555555 แต่ที่ไหนได้ วิยุแบบดิจิตอล ภาครับมันไม่มีความสเถียน ทำให้คลื่นที่รับเข้ามาเกิดอาการคื่นไม่นิ่ง มันแทนที่มันจะเสียงยานๆ พอมันพยามให้สเถียนตลอดมันเลย เป็นเสียงแคว๊กๆ แปลกๆ ฟังแล้วรู้สึกว่าเฮ้ยยย.....อะไรวะเนียยย เลิกฟังเลย บางเพลงมันเข้ากับจังหวะเลยนะ ฟังแล้วฮ่าดีเหมือนกัน..... |
|
|