| Marut's profileThe Diary of FAtCAtPhotosBlogLists | Help |
|
23 November ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนเป็น rangefinder หรือยัง ?พักหลังมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าไม่ค่อยจะมีเวลาออกไปถ่ายรูป หรือใช้ชีวิตสนุกได้เหมือนเมื่อก่อน เรื่องราวต่างๆ ใน Blog ก็จึงลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยส่วนตัวแล้วสำหรับการเขียน Blog นั้นผมคิดว่ามันเหมือนกับการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทีเกิดขึ้นในชีวิต ทันทีทันใด เมื่อตอนนี้มุ่งแต่ทำงาน ลดเรื่องเที่ยวลงไปเยอะ หน้า Blog ก็หายไปด้วยเช่นกัน หลงเหลือไว้เพียงช่วงเวลาที่เคยสนุกสนาน เป็นตัวหนังสือให้จนจำ และเมื่ออ่านมันซ้ำก็ยังขำทุกครั้ง มาครั้งนี้ เรื่องที่น่าสนใจในชีวิตได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ตัวผมเริ่มถ่ายภาพอย่างจริงจังมากขึ้น จากแค่อยากเก็บภาพประทับใจไว้ดู ตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งที่สร้างเงินทองให้กับตัวผม ถึงแม้จะยังน้อย แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายให้ลองทำมากมายจริงๆ วันหนึ่ง ตัวผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับความง่วงงัวเงีย อยากจะนอนต่อใจจะขาด แต่วันนี้ดันเป็นวันสำคัญของเพื่อนคนสนิท เออ....ไปซะหน่อย บอกกับตัวเอง พร้อมกับเช็ค E-mail ในรอบเช้า และอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักผมมาถึงสถานที่นัด แต่เพื่อนก็กลับยังไม่โผล่ ปล่อยทิ้งให้ผมนั่งรอ พร้อมกับอุปกรณ์กล้อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ณ สวนแห่งหนึ่งที่เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่ผู้คน ผมเลือกที่จะใช้เวลาในช่วงนี้ไปกับการเล่นอินเตอร์เน็ต แน่นอนครับ ความประทับใจหลายเดือนก่อน เกี่ยวกับกล้องดิจิตอลยี่ห้อหนึ่ง และสวนแห่งนี้ยังคงไม่จางหายไป ผมจึงเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลกล้อง และมันยิ่งทำให้ผมสนใจเพิ่มมากขึ้น ในระหว่างรอ ความเงียบสงบมันทำให้ผมคิดถึงความขี้เกลียดในทริปล่าสุดที่ได้ไปมา ต้องยอมรับครับว่ากล้องดิจิตอลแบบ SLR มีข้อเสียตรงที่....น้ำหนังเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ทุกอย่างเต็มที่แล้ว จะอยู่ประมาณหนึ่งกิโลกรัม แล้วผมขี้เกลียดแบกมันมาก แต่ข้อดีคือไฟล์คุณภาพสูง และการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกับผมชอบถ่ายรูปแบบปรับเองทุกอย่าง (แมนนวน) มันจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายในขณะนั้น เมื่อเพื่อนเดินทางมาถึง พร้อมกับคำขอโทษ ตัวผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ แค่รอนิดหน่อยไม่เป็นไร....เราเริ่มจากการถ่ายรูปคู่ ตั้งแต่เช้าจนเย็น วันนั้นได้รูปแต่งงานครบเรียบร้อย ไม่พลาด ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นแต่ เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วทำไมมันเมื่อยจังเลย แต่เพื่อนๆ ก็จัดเหล้าชุดใหญ่ให้หายเหนื่อย ตื่นเช้ามาพร้อมกับความแฮ๊ง....เมื่อยยยยที่สุด เอาล่ะ ต่อไปผมจะไม่เอากล้องตัวหลักออกไปถ่ายบ่อยนัก ผมพูดกับตัวเอง เพราะมันทั้งหนัก และช่วงเลนส์ที่ผมต้องการใช้ก็หลากหลาย ทำไงดีล่ะ.....คิด คิด คิด ไม่นานนักแสงทางสว่างก็เกิดขึ้น....ผมสรุปกับตัวเองว่าจะลองเอากล้องฟิล์มไปใช้ เป็นกล้องหลักซักระยะ ซึ่งจะพูดตามตรงว่าน้ำหนักก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร แต่ข้อดีกว่าก็คือมันไม่ corp ภาพ ทำให้ผมถ่ายกับ 50mm หรือ 35mm ได้กว้างกว่าเดิม ไม่อึดอัดเหมือนดิจิตอลที่ต้องคูณด้วย 1.5x เสมอๆ ภาพที่ได้จากเลนส์ตัวเดียวกันจึงดูแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด พอกลับไปใช้ฟิล์มผมก็พบว่าตัวเองหลงรักมันอีกครั้งหนึ่ง มันสนุกกว่าถ่ายรูปด้วยระบบดิจิตอล ลุ้นกว่า อยากดูมากกว่า และเมื่อเห็นภาพที่ถุกใจก็จะรู้สึกดีมากกว่าการถ่ายในระบบดิจิตอล ผมใช้กล้องฟิล์มยาวตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนี้ ข้อเสียที่ชัดเจนคือ คุณไม่สามารถถ่ายรูปเล่นๆ ได้เลย ทุกรูปมันดูจริงจังไปหมด เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมจะถ่ายเล่นๆ ขำๆ ฮาๆ ก็จัดไป โทรศัพท์ที่ใช้เป็นประจำ K790i นั้นเอง ผมกลับไม่เคยพอใจในคุณภาพไฟล์ที่ได้มาจากโทรศัพท์ เนื่องจากเอาไปปรับแต่ง แก้ไขได้ไม่มากมายนัก แค่เพิ่มสีนิดหน่อยก็มีสัญญาณรบกวนเต็มไปหมด ขนาดไฟล์ส่วนใหญ่ที่ถ่ายจะอยู่ Hi และใช้ ISO ต่ำ แต่ไฟล์ก็ยังดูแย่อยู่ดี หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เริ่มคิดอีกครั้งว่าอะไรคือพอ กล้องตอนนี้ที่มีนับว่าใช้งานได้แบบชิลๆ ไม่มีปัญหา แต่ทะว่าน้ำหนักมันเยอะไป แต่ผมก็ยังอยากได้คุณภาพไฟล์สูงๆ ด้วย ซึ่งมันดูสมเหตุผลน่ะ ที่ต้องแบกของน้ำหนักเยอะๆ แปลว่าตอนนี้ผมคงทำถูกแล้วใช่ไหม ผมกลับตอบว่าไม่ครับ และมีความคิดบ้าๆ เกี่ยวกับกล้อง Rangefinder ในช่วงปีนี้หลายคนคงเห็นผมบ่นๆ ว่าอยากได้กล้องประเภทนี้อยู่ หลังจากที่ได้สัมผัสกึ่งๆ ก็พบว่ามันตอบสนองได้ดี และอีกอย่างคือผมไม่แบกของหนักๆ อีกต่อไป ตอนนี้ถ้าหากพูดถึงกล้องประเภทนี้คงยังมีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ และก็ล้วนมีราคาสูงทั้งนั้นเลย แต่สุดท้ายในเช้าวันนี้ผมได้ตัดสินใจจะเลือกซื้อกล้องดิจิตอลแบบ Rangefinder ซักตัว โดยเลือกรุ่นที่มีราคาไม่สูงมากนัก พร้อมซื้อ Tele conver และ wide conver เพื่อเสิรมกำลัง ให้สามารถเลือกใช้ระยะได้ตามเหมาะสม...พอๆ คิดแล้วก็ใช้เงินเยอะเหมือนกัน ส่วนจะเป็นรุ่นไหน จะมีอะไรบ้างไว้รอปลายปีค่อยมาบอกกล่าวกันอีกที ตอนนี้ก็นั่งวางแผนกันไปก่อน แต่ไม่นานนี้หวังว่าจะออกมาให้เชยชมรูปตามสะดวกเหมือนเดิม นับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก D-SLR ผมตอนนี้แทบจะวางทิ้งไว้เลย กลับมาใช้ฟิล์ม และเมื่อหยุดใช้ฟิล์มคงไปใช้ D-RF แล้วล่ะ ข้อดีที่เห็นชัดเจน น้ำหนักเบา, ช่วงเลนส์กว้างได้เปรียบ, มีเลนส์ช่วง wide และ tele, รุ่นที่กำลังสนใจสามารถถ่ายแบบ 1:1 ได้เหมือน MDF, คุณภาพไฟล์สำหรับกล้องที่เป็นเป้าหมายของผม นับได้ว่าไม่น่าเกลียด และให้สีสันที่สดใส สัญญาณรบกวนน้อย, สามารถถ่ายแมนนวน, สามารถใช้ guide fiash ได้ และปรับแฟลตแบบแมนนวนได้, มีระนาบน้ำดิจิตอล เพราะผมสายตาเอียง 5555, สำคัญเลยคือถ่ายไฟล์ RAW ได้ และสุดท้ายที่พอจะคิดออกคือ กระเป๋ากล้องขนาดเล็กลง ทำให้ต่อไปเวลาในเดินทางไปเที่ยวไหน เหลือกระเป๋าเป้ใบเดียว ที่จะรวมทั้งเสื้อผ้า mac และกล้องดิจิตอลกับเลนส์ ปลายปีเจอกันแน่....จะได้เอาไปออกทริปปีใหม่เลยย 5555 |
|
|